[FC] TVXQ Fanatic Tour

posted on 05 Mar 2010 18:14 by sizzygal
หลังจากผัดวันประกันพรุ่งมาเกือบ 2 อาทิตย์

ก็ได้ฤกษ์เขียนรีวิวทริปทัวร์ร้านเทพสักที

แถมพิเศษกับรีวิว xiahzart ของจุนจัง+ กุงของชายปาร์ค

 

ขอเริ่มที่ร้าน Time Out ร้านไอติมเลื่องชื่อของชายปาร์คก่อนละกัน

เราไปวันที่ 16 กพ. ตอนบ่าย วันนั้นขอบอกว่าเป็นวันที่หนาวสุดๆ

หนาวกว่าตอนไปสกีรีสอร์ท + ซอรัคซานอีก

แถมพอกลับถึงไทย มาเจอแฟนแคมว่าปาร์คไปร้านวันที่ 17 อีก

อยากจะร้องไห้ ทำไมเรามันไม่มีดวงเยี่ยงนี้

 

ร้านปาร์คออกจากสถานี Apgujong ทางออกที่ 2

จริงๆซอยร้านอยู่ประมาณไม่เกิน 100 เมตรจากทางออกรถไฟใต้ดิน

แต่ด้วยความที่เดินตามหาร้านตามคำบอกเล่า

จากบล็อคภาษาอังกฤษของแคสคนนึง

ซึ่งเขียนให้ว่าหาร้าน beauty clinic แห่งนึง

เราก็ดันมองไม่เห็นร้านนี้ เลยเดินหลงไปตั้งไกล

 

แต่ได้รับน้ำใจจากคุณแม่คนเกาหลีคนนึง

เราพยายามถามทางจากเขา ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าร้านอยู่ไหน

เขาก็อุตส่าห์โทรไปถาม call center สักอย่างให้

น่าจะเป็นแบบองค์การโทรศัพท์

เพราะเขาถามว่าเรามีเบอร์โทรศัพท์ร้านไอติมไหม

น่าจะถามหาที่อยู่ จากเบอร์โทรศัพท์ เราก็ดันไม่มี

คุณแม่เสียเวลากับเราอยู่นาน เกือบ 15 นาที ก่อนจะจากไป

ถึงเขาจะช่วยไม่ได้ แต่เราแอบซึ้งในน้ำใจจริงๆ

 

หลังจากเดินวนไปวนมาอยู่น่าจะเกือบครึ่งชม. เดินหลงไกลไปถึง ซอย 8

แต่ร้านปาร์คอยู่ซอย 12 ก็เลยต้องเดินย้อนกลับมา

แล้วก็แถบจะหัวเราะออกมาดังๆ เพราะซอย 12 ของปาร์คเนี่ย

ถ้าจำไม่ผิดเป็นซอยแรกเลย ถ้าเดินออกมาจากสถานีรถไฟ

ตอนนั้นก็มั่วแต่มองหาแต่ร้านศัลยกรรมก็เลยมองไม่ได้มองเข้าไปในซอย 555

 

 

ร้านไอติมป้ายสีส้มโดดเด้งเข้าตา อยู่เข้าไปในซอยประมาณแค่ 20 ม.

พอเจอดีใจสุดฤทธิ์ ไม่ใช่เพราะมาถึงร้านปาร์คหรอก

แต่เพราะหนาวไม่ไหวแล้ว อยากหาที่หลบลมอย่างแรง 

 

 

ร้านเล็กกว่าที่ เราคิดไว้นะ มีโต๊ะประมาณ 7 - 8 โต๊ะ แล้วก็มีเคาท์เตอร์นั่งอันนึง

วันที่ไปเจอบิ๊กอีส กับแคสเกา ไม่มาก ยังพอมีที่นั่ง

ปฏิกิริยาทุกคนที่เข้าไปคล้ายกัน คือถ่ายรูปก่อนเลยอย่างแรก  

ไม่ได้สนใจจะซื้อติมเลย พอถ่ายรูปจนสมใจ ถึงจะใ้ห้ความสนใจกับของไอติม

 

 

ในร้านก็แน่นอนว่าต้องเต็มไปด้วยรูปชายปาร์ค

 

 

 

 

 

 

อันนี้เป็นบอร์ดอยู่ตรงประตูทางเข้า

 

อันนี้อยู่ตรงเคาท์เตอร์คิดเงิน

 

เราสั่งถ้วยใหญ่มาราคา 6500 วอน สั่งได้ 3 scoop 

สั่งรส Pistachio, White Chocolate & Latte หรือ Cappuccino

(สักอย่างประมาณกาแฟไป)

ก็ได้ถ้วยอย่างที่เห็นมา ซึ่งเล็กกว่าที่คิดเอาไว้อีกเช่นกัน

แต่แอบดีใจ เพราะตอนนั้นหนาวมากไม่ได้มีอารมณ์กินไอติมเลย

 

 

ส่วนเรื่องรสชาติ อืม...อย่าพูดถึงมันเลย

ถ้าคุณหวังจะมาที่ร้านนี้เพื่อทานไอศครีมรสชาติเข้มข้น หวานมัน

ให้สมกับความอยากของหวาน คงต้องบอกว่าคุณอาจจะต้องผิดหวัง

แต่ถ้ามาเพราะความเป็นแคสมันเต็มเปี่ยมอยู่ในสายเลือด

และความฝันว่าสักครั้งว่าอยากมาเยือนร้านแห่งตำนานเทพที่ชายปาร์คเคยมาเหยียบ

ก็ขอให้ดื่มด่ำกับมันให้เต็มที่ แล้วก็มองข้ามเรื่องรสชาติไป

คุณก็จะได้ความสุขอย่างที่หวังไว้  

 

เพื่อที่แคสไทยคนอื่นๆจะได้ไม่ต้องหลงทางอย่างเรา ดังนั้นก็เลยจะเขียนแผนที่บอก

การจะหาร้านไอติมชายปาร์คนั้น ให้มองหาป้ายบอกซอยน่าจะง่ายที่สุด

เราจำชื่อทั้งหมดไม่ได้ แต่ซอยร้ายปาร์คจะลงท้ายด้วยคำว่า 12 Gil

(คาดว่า Gil น่าจะประมาณคำว่าซอยของเรา)

มองเข้าไปในซอยก็จะเห็นร้านเลย ร้านอยู่ทางซ้ายมือของซอย

 

หลังจากร้านปาร์คจบ ตอนแรกคิดว่าจะเดินไปแถว apgujong

เพื่อไปตึก SM กับ JYP ซะหน่อย

แต่ต้องรีบถอยทัพกลับโรงแรม เพราะลมแรงหนาวบาดใจเกินไป หมดแรงสู้

 

วันต่อมา เราก็ยังเป็นทัวร์ตาามหาร้านเทพ วันนี้เป็นคิวร้าน Crebeau Jeff ของแจ

ขึ้นรถไฟฟ้าสาย 2 ลงที่สถานี Songnae

(สถานีนี้เป็นสถานนี้ที่อยู่บนดินเหมือน BTS บ้านเรา)

เดินออกทางออกที่ 3 ตามแผนที่ในเว็บไซด์แจ

เลี้ยวซ้าย เดินตรงไปประมาณ 150 ม. จนเจอสี่แยก

ข้ามถนนตรงสี่แยก ตึกร้านแจอยู่ตรงหัวมุมสี่แยกเลย

ข้างล่างมีมินิมาร์ท ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นยี่ห้อ GS นะ 

 

ก็ขึ้นลิฟท์ไปยังชั้น 2 เดินตามป้ายหาห้อง 228

ร้าน Crebeau ทั้ง 3 แห่งจะเป็นเหมือนการเช่าคอนโดมาทำร้าน

ข้างในเหมือนห้องพักมากกว่า 

พอเปิดเข้าไปพี่ก็ถามเลยว่าคนไทยใช่ไหม ท่าทางแคสไทยจะไปเยอะช่วงนั้น

เพราะเท่าที่รู้ก็มีแคสไทยไปดูละครเซียเยอะเหมือนกัน ถึงจะไม่เท่าบิ๊กอีส

 

 

 

ตอนไปมีพี่สาวแจ คิดว่าน่าจะเป็นคนที่ถัดจากแจ เพราะพูดภาษาญี่ปุ่นได้ค่อนข้างดี

เห็น chit chat กับ Bigeast นางนึงอยู่

ซึ่งคนนี้เราจะไปเจอทั้งที่ร้านเครื่องสำอางค์ปาร์ค + xiahzart

เหมือนพี่สาวจะเข้าใจความรู้สึกแฟนๆที่มาที่ร้าน

เพราะปล่อยให้ถ่ายรูปจนหนำใจ ก่อนจะเริ่มขายของ

 

 

 

 

 

 

 

พี่สาวคนนี้พูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้

เราก็พูดเกาได้อย่างงูๆปลาๆมาก ยุ่นนี่ไม่กระดิกเลย

แต่พี่น่ารัก พยายามชวนคุยบอกว่าเมื่อวานก็มีคนไทยมา เอาขนมมาให้ด้วย

แอบรู้สึกผิด เพราะไม่ได้เอาไรมาเลย แต่ก็ช่างเถอะ

 

แล้วก็ถึงเวลาขายของ พี่เขาก็เอาของมาให้ลองหลายอย่างเหมือนกัน

มีแอบบอกว่าอันนี้แจชอบอันที่เป็น Body Soother  ก็หอมดีเหมือนกัน

แต่พอดีมีออเดอร์มาจากพี่อีกคนที่ไทยแล้ว ก็เลยไม่ได้ซื้ออันนี้

ตอนที่พี่เขาเอามาให้ลอง เขาก็เอามาทาให้ที่หลังมือ

แล้วก็บอกว่ามือเราเย็นมาก อยากจะบอกกลับไปว่าเพื่อนน้องพี่หนูทุ่มเต็มที่

พี่แจมือแอบนิ่มนะ แล้วก็ยื่นในออเดอร์ให้ติ๊กว่าจะสั่งอะไร

ที่นี่รับบัตรเครดิตนะคะ เราก็รูดไป ไม่รู้ว่าเรตเท่าไหร่เพราะบิลยังไม่มา

 

 

 

 

 

 

 

 

เครื่องสำอางค์ของ Crebeau แพงกว่าพวกแบรนด์ที่บ้านเรานิยม อย่าง skinfood etude

เรื่องคุณภาพไม่รู้ เพราะไม่ได้ซื้อมาใช้เอง แต่พี่ที่ใช้เขาก็บอกว่าโอเคนะ

เราก็ไม่เชี่ยวเรื่องเครื่องสำอางค์ แต่ถ้ามาเหมือนจะต้องอุดหนุนน้องสักชิ้น

เพราะขอบอกเลยว่าร้านน้องเนี่ยก็แอบตั้งใจขายเหมือนกันนะ ทั้ง 3 ร้านเลย

 

ก่อนออกแอบมีกระแสะถามพี่ว่าตอนนี้แจอยู่ไหน พี่บอกว่าอยู่ที่โซล

มีแถมด้วยบอกว่า อาทิตย์สุดท้ายของเดือนกุมภาจะไปทำงานที่ญี่ปุ่น

เราก็นึกอยู่ว่าจะไปทำอะไรที่ยุ่น ตอนนี้เทพก็ไม่มีงานที่นู้เลยนี่หน่า

แล้วก็มาถึงบางอ้อ เมื่อ 2-3 วันก่อนที่มีข่าวว่าแจจะเล่นละครญี่ปุ่น

 

แล้วก็ถึงเวลาบอกลาพี่สาว พอเดินออกมาก็นึกขึ้นได้ว่าทำไมไม่ขอพี่สาวถ่ายรูป

แต่ก็คงแปลกถ้าจะเดินกลับขึ้นไปขอถ่ายรูปก็เลยช่างมันเถอะ

 

จุดหมายต่อไปของเราหลังจากร้านแจก็คือ Lotte World

ซึ่งอยู่สถานีถัดจากสถานีร้านแจ เดินไปได้นะ เราว่าจะประมาณ 1 กม. จากร้านแจ 

ปกติเราเป็นคนชอบเดิน แล้วตอนที่ไปเป็นหน้าหนาวด้วย อากาศมันเลยเย็นๆน่าเดินดี

ถ้าใครไม่อยากเดินก็แนะนำรถไฟใต้ดิน หรือแท็กซี่ถ้าไปหลายๆคน คุ้มกว่า

 

แอบแนะนำนิดนึงว่าที่สถานี Jamsil ซึ่ง จะรวมทุกอย่างที่เป็น Lotte  

ทั้ง Lotte World, Lotte Resort & Lotte Department Store

จะมี Underground Shopping Arcade

เราว่าที่นี่เสื้อผ้าดูดีใช้ได้ ราคาไม่แพงเท่าทงแดมุน หรือเมียงดงด้วย

เป็นอีกทีๆน่าช็อปนะคะ ถ้ามีโอกาสแวะไป ที่สำคัญมันอยู่ในตึก อุ่นดี เลยถูกใจสุดๆ

 

อีกอย่างถ้าอยากซื้อขนมแบบในมินิมาร์ท ก็ซื้อที่ Lotte Mart ที่นี่เลย 

บางอย่างราคาจะถูกกว่า ก็ดเหมือนเวลาเราไปซื้อที่ Tops Lotus หรือ Carrefour

บางทีจะมีโปรโมชั่น ที่สำคัญมีของให้เลือกเยอะกว่าด้วย

 

มาที่ Lotte Mart นิสัยเดิมก็กลับมา ชอบถ่ายรูปสินค้าที่มีหน้าดาราแปะอยู่

ก็เลยสอยรูปมาเยอะ แต่ที่เกาหลี รูปดาราบนสินค้าจะมีไม่เยอะเท่าที่จีนนะ

ที่จีนนี่มีหน้าดาราเกือบจะทุกอย่าง

ที่นี่เราเจอขนมารูปดาวของ SJ แล้วก็มาม่าหน้าน้อง SHINee

แล้วพี่ฮยอนบินบนเจลแต่งผม และอีกมากมาย เดี๋ยวจะลงรูปไว้หลังจากจบรีวิวนะคะ

 

วันต่อมา เป็นวันที่ 18 ซึ่งเป็นวันของ Xiahzart จุดประสงค์หลักของทริปครั้งนี้

เราเริ่มต้นด้วยไปเกาะยออีโด

ตอนแรกกะว่าจะไปรัฐสภา + KBS + MBC + ตึก 63 ชั้น 

แต่เดินไปได้แค่รัฐสภา ด้วยความที่ลมแรงมาก แล้วก็หนาวด้วย

หนาวขนาดกล้องที่ผ่านหิมะตกที่เกาะนามิ ค้างและน็อคไปเลย 

บวกกับมีปัญหากับเรื่องตั๋วขากลับ ก็เลยไปได้แค่หน้ารัฐสภา กับตึก KBS

 

 

ไม่ขอพูดถึงที่ตั้งของรัฐสภาละกัน เพราะใหญ่มาก เด่น มองเห็นแต่ไกล 

จะบอกที่ตั้งของตึก KBS ละกัน เรานั่งรถไฟสาย ลงสถานี น่าจะเป็นทางออกที่ 2

ออกมาก็หันหลังกลับ แล้วก็เดินตรงไปเรื่อยสัก 500 - 600 ม. จนเจอถนนใหญ่

เดินข้ามถนนก็จะเจอสวนสาธารณะ Yoeuido Park ที่มีเสาธงใหญ่ๆ ข้างหน้าจะเห็นรัฐสภา

เดินตัดสวนสาธารณะไปจนเจอถนนอีกเส้น ให้เดินเลียบถนนเส้นนี้ไปทางซ้ายมืิอ

ไปสัก 200 - 300 ม. ก็จะเจอตึก KBS Exhibition Hall อยู่อีกฝั่งของถนน

ระยะทางจากสถานีรถไฟใต้ดิน ไปจนถึงตึก KBS น่าจะประมาณ 1 กม. ได้ บวกลบนิดหน่อย

 

ที่ KBS จะมีส่วนที่เป็น Exhibition Hall ที่เปิดให้เข้าชมฟรี 

เวลาเปิด - ปิด ไม่แน่ใจ แต่เท่าที่จำได้น่าจะเป็นแบบช่วงโมงทำงานปกติ 

ไม่แน่ใจว่า เสาร์ - อาทิตย์เปิดหรือเปล่า 

ข้างในก็จะแบ่งเป็นโซนทั้งข่าว ละคร รายการเพลง การ์ตูน วาไรตี้ วิทยุ อยู่ในแต่ละชั้น

ทางเดินจะบังคับให้เดินไปชั้นบนสุดก่อน แล้วค่อยๆไล่ลงมา

 

ส่วนของข่าว ก็มีโต๊ะข่าวให้เราไปนั่ง แล้วก็จะมีจอฉายภาพให้เราเห็นสดๆเลย

แล้วก็มีส่วนของพยากรณ์อากาศ ให้เราไปยืนชี้ๆ เก็กถ่ายรูปกับบลูสกรีน สนุกดีเหมือนกัน

ตรงส่วนรายการเพลง จะมีฉาย Live แบบเป็นภาพ 3D ให้ดู 

ส่วนละครก็จะมีรูปของนักแสดงเป็นภาพ 3 มิติ

พอเราเดินผ่าน หน้่านักแสดงจะเหมือนค่อยๆหันหน้าตามเรา

เจ๋งดี แต่บรรยากาศคล้ายบ้านผีสิงไปหน่อย

เำพราะรูปในส่วนนี้จะเป็นจากละครย้อนยุค แล้วภาพก็อยู่ในตู้มืด

หน้านักแสดงก็เป็นสีเดียว  แบบสีแดง สีส้ม สีเขียว 

 

ที่พิเศษอีกอันของตึก KBS ก็คือส่วนของสถานีวิทยุ

ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายของหลายๆคน โดยเฉพาะสาวกเอสเจ

ตอนแรกเราก็คิดว่าสตูดิโอจะอยู่ในห้อง ถ้าจะเขาไปดู ต้องจอง ติดต่อล่วงหน้า

แต่จริงๆแล้วสตูดิโอ Sukira มันอยู่ที่ชั้นหนึ่ง ข้างประตูทางเข้าของ Exhibition Hall 

ออกแนววินโดว์ร้านตามห้าง เขามีเก้าอี้ให้นั่งดูอยู่ข้างนอกตึก

ตอนไปครั้งแรกที่ไปชม Exhibition Hall ไปตอนสายๆ เข้าเอาม่านบังแดดบังไว้

 

ส่วนรอบที่ 2 ที่ไป ตั้งใจจะไปดู พี่ทึก กับน้องฮยอก แต่เกิด accident มากมาย

แล้วเดี๋ยวจะเล่าให้ฟังทีหลัง ลองอ่านไปเรื่อยๆนะ 

หลังจากชม Exhibition Hall เสร็จก็ตัดสินใจกลับโรงแรมไปจัดการเรื่องตั๋วกลับ

โดยรวมเราว่า KBS Exhibition Hall เป็นที่ๆน่าไปเที่ยวอันนึงเลยนะ

ไม่เสียตังค์ค่าเข้า แล้วเขาก็ทำได้น่าดูดี

ถ้ามีเกาะยออีโดอยู่ในแพลนเที่ยว ก็อย่าลืมแวะไปนะคะ 

 

หลังจากกลับโรงแรมจัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินกลับ แต่ก็จัดการไรไม่ได้

และกลับไปชาร์ตแบตกล้อง เตรียมพร้อมสำหรับจุนจังคืนนี้

เราและคณะก็ไปเดินที่คลองชองเกชอน วัง

ตรงหน้าวังนี้ก็คือ Soeul Plaza ที่จัด Showcase ตอนอัลบั้มมิโรติก

ตอนที่ไปเขากำลังก่อสร้าง City Hall ใหม่อยู่ 

 

หลังจากเพลิดเพลินกับพระราชวังก็ได้เวลาไปเอาตั๋วชมละครโมสาร์ทกันแล้ว

อย่างที่ทุกคนรู้กันว่าละครโมสาร์ทเล่นที่ Sejong Center for Performing Art

โรงละครนี้ตั้งอยู่ตรงที่ Gwaanghwamun Plaza 

 

 

 

 

 

ถ้าใน MV เพลง SOUEL ของ SJ & SNSD ก็จะเป็นฉากของซันนี่กับชินดงเจอกัน

ที่มีน้ำพุ แล้วก็อนุสาวรย์นักรบสักคนจำชื่อไม่ได้ แล้วก็เด็กๆถือลูกโป่งเหลืองกัน

แล้วตรงฝั่งตรงข้ามกับโรงละครก็มีร้านบุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์ที่ทัวร์เราพามากิน 

แต่ไม่ค่อยประทับใจ ไม่รู้เพราะอะไร

 

พอเดินเข้าไปในออฟฟิศรับตั๋วก็รู้ได้เลยว่าคนที่มาเอาตั๋วเนี่ยมาดูเรื่องอะไร

เพราะมีแต่เด็กผู้หญิงอายุประมาณเด็กม.ปลายทั้งนั้น 

รับตั๋วเสร็จ ก็ไปหาข้าวเย็นทานแถวๆนั้นแหละ

เดินออกมาทางหลังตึกโรงละคร เราก็เห็นร้านนึงมีคนยืนออกันเต็มหน้าร้าน

เหมือนมุงดูอะไรกัน ตอนแรกก็คิดว่ามีดารามากินที่ร้านนี้

มองดีๆก็เพิ่งเห็นว่ามันมีฮีตเตอร์อยู่ที่หน้าร้าน ไม่น่าคนไปออกันใหญ่เลย

 

กินข้าวเสร็จก็เดินกลับมาที่โรงละคร เรามาถึงประมาณทุ่มนึง

คนแอบเยอะ เดินเข้าไปก็ปฏิบัติภาระกิจแรกคือสอยของที่ระลึกละคร

ซุ้มขายของที่เราซื้อมันอยู่ตรงชั้นลอย

คนเยอะมาก แต่ดีที่เข้ามีของ Sample ให้ดูก่อน

 

 

ของที่ระลึกก็มีเป็นเหมือนหนังสือมีรูปมีเรื่องซึ่งเป็นภาษาเกาหลีล้วน

รูปน้องจุนก็น้อย ก็เลยไม่ได้สอยมา อันนี้รู้สึกว่าจะราคา 10000 วอน

แล้วก็มีซีดี OST แต่ว่าไม่มีเพลงที่จุนร้องเช่นกัน ไม่รู้ทำไม 

และสมุดหน้าปกจุนมี 3 แบบเป็นรูปจุนในโค้ทแดง โค้ทเขียว

แล้วก็ที่เป็นตราหน้าโมสาร์ทของละครเล่มละ 3000 วอน

แต่พอดีผ่านวัยใช้สมุดไปแล้ว บวกกับกระดาษไม่ค่อยดีก็เลยไม่ซื้อมา

 

เราสอยแฟ้มที่ใช้หนีบกระดาษราคา 8000 วอน

แล้วก็เซ็ตโปสเตอร์มี 3 แผ่นราคา 7000 วอน

ตอนแรกแอบกังวลว่าจะเอาโปสเตอร์กลับมายังไงไม่ยับ

สุดท้ายก็ต้องแบกขึ้นเครื่อง เพราะไม่มั่นใจว่าโหลดใส่กระเป๋าจะรอดไหม

 

 

 

 

ช็อปปิ้งเสร็จก็ได้เวลาลงไปถ่ายรูปกับแบนเนอร์ตรงชั้นนึง

ตรงแบนเนอร์ก็มีรูปนักแสดงหลักหลายๆคน แต่ก็มีแต่คนรุมอยู่ตรงมุมที่เป็นรูปจุน

หลังจากแชะรูปคู่จุนกันไปหลายรอบ เพราะถ่ายแล้วเบลอ

 

 

ก็ถึงเวลาเตรียมตัวไปดูน้องกัน

ที่นั่งเราอยู่ชั้น 3 แถว ชั้นฟ้ากันเลยทีเดียว โรงละครแอบใหญ่เหมือนกันนะ 

ทั้งโรงละครมีแต่เด็กวัยรุ่นผู้หญิงประมาณ 99% หาผู้ชายแทบไม่มี

ก่อนเข้าเขาไม่ได้ตรวจเรื่องกล้อง แต่จะมีพนักงานเดินมาบอกให้ปิดกล้อง

 

เข้าไปนั่งได้ประมาณ 10 นาที ละครก็เริ่มเล่นแล้ว เริ่มตามเวลาที่กำหนดไว้

2-3 ฉากแรกยังไม่มีน้องออก เหมือนเป็นเรื่องของโมสาร์ทตอนเด็ก

แววความง่วงเริ่มมา ไม่ใช่เพราะละครทำไม่ดีหรืออะไรหรอก

แต่โรงละครมืดมาก แล้วเราอยู่ไกล

เลยพยายามเพ่งไปที่เวทีที่ไฟสว่างมาก มันเลยปวดตา 

บวกกับว่าฟังอะไรไม่้เข้าใจอะไรเลย เลยมีโมเมนท์สติหลุดๆบ้าง

 

ฉากแรกที่จุนออกมา เป็นฉากที่จุนนั่งเล่นเปียโนที่เหมือนลอยลงมาจากฟ้า

ไม่แน่ใจว่าเทคนิคอะไร แต่เราไม่คิดว่ามันลอยลงมาจริงๆหรอก 

เสียงจุนเหมือนไม่ค่อยสบาย แหบกว่าปกตินิดหน่อย

โดยเฉพาะตอนช่วงลงเสียงต่ำ น้องดูไปไม่ค่อยถึง ต้องใช้ความพยายามมาก

แต่ถ้าเป็นช่วงเสียงปกติ กับเสียงสูง น้องทำได้ดีมากตามมาตรฐานโลมาน้อย

 

ไปดูละครเรื่องนี้ทำให้เรายิ่งทึ่งกับความสามารถในการร้องเพลงของจุน

ถึงตอนฟังเพลงดงบัง ก็รู้สึกได้ว่าจุนเป็นคนที่ร้องเพลงได้ดีมากๆคนนึง

แต่ด้วยธรรมชาติของละครเพลง ดนตรีประกอบจะไม่ดังมาก เสียงคนร้องจะเด่นมาก

ทำให้เห็นว่าน้องร้องเพลงได้หลายแบบ และโชว์พลังเสียงในแบบที่ไม่เคยทำในเพลงดงบัง 

แต่ยังไงก็ยังอยากเห็นน้องกลับมาร้องเพลงด้วยกัน โดยไม่มีบรรยายกาศอึดอัดๆอยู่ดี

 

ก็ตามปกติของละครเวทีที่จะมีพักครึ่งระหว่างองก์

ตอนช่วงพักแอบเลือบไปเห็นแคสไทยนั่งอยู่ 2 - 3 แถวถัดลงไปจากเรา

จากที่เห็นมีคนญี่ปุ่นมาดูเยอะเหมือนกัน ตอนออกจากโรงแอบเห็นมีฝรั่งมาดูด้วย

วัดจากเสียงหัวเราะตอนที่มีการปล่อยมุข กับเสียงปรบมือ

คาดว่าน่าจะมีคนที่ไม่ใช่คนเกาหลีมาดูเยอะมาก

เพราะเสียงหัวเราะ กับเสียงตบมือมันช่างต่างกัน 

 

มีฉากนึงซึ่งตัวโมสาร์ทจะต้องโดนแขวนคอ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไม

แต่เหมือนกับเป็นฉากแบบแสดงโชว์มายากล แล้วโมซาร์ทก็เป็นคนดูอาสาไปร่วมแสดงด้วย

ฉากนี้จุนมีเต้นท่ามิโรติกด้วย อันที่เอามือไว้ที่คางแล้วก็ยักไหล่ น่ารักดี

เป็นฉากเดียวกับที่จุนร้องว่าดงบันชินกิ มิกกี้ยูชอน ในรอบสุดท้ายที่เล่นที่แดกู

 

ฉากที่จะลืมไม่ได้เลยต้องพูดถึง คือฉากจุ๊บๆ

บอกตรงเลยว่ามองไม่เห็นไรเลย เพราะนั่งอยู่ซะชั้นฟ้า

แต่ก็ดีแล้วแหละ ถ้าเห็น คงจะแอบอิจฉาตาร้อนไปมากกว่านี้

แค่ได้ยินเสียงจุ๊บกับภาพไกล ก็อิจฉาจะตายอยู่แล้ว

แต่ฉากจูบก็ไม่ได้แบบดูมากมาย ก็เหมือนตอนที่โลมาจุ๊บน้องอินฮวานในรายการสตาร์คิง

 

ฉากที่ต้องทะเลาะกับพ่อ นักแสดงที่เล่นเป็นพ่อเสียงดีมากๆ แอบเด่นกว่าเสียงจุน

ในฉากนี้จุนต้องมีอ้อนวอนพ่อ ฟังจากเสียง น้องเล่นซีนอารมณ์ได้ดีเลย

มีคนที่รู้จักก็ไปดูละครมาเหมือนกัน นั่งชั้น 1 บอกว่าจุนยิ่งเล่นยิ่งทำได้ดีในซีนอารมณ์

 

ช่วง curtain call เป็นช่วงที่เขาเปิดให้ถ่ายรูปและวีดีโอได้อย่างเสรี

เป็นเหมือน 5 นาทีทอง เราก็เลยรีบยกกล้องมาถ่ายวีดีโอ

เริ่มถ่ายตั้งแต่นักแสดงหลักเดินออกมา ถ่ายไปได้ประมาณไม่ถึงนาที

กล้องเจ้ากรรมดันแบตหมดซะงั้น นี่ขนาดกลับไปชาร์ตที่โรงแรมมาแล้วนะ

ดับตอนไหนไม่ดับ ดับตอนจุนวิ่งออกมาพอดี เลยได้แต่นักแสดงคนอื่น 

แล้วฉันจะเอาไว้ทำไม ก็เลยลบทิ้งไปเลย

 

โดยรวม ถือว่าเป็นละครที่ดีเรื่องหนึ่งนะ ถึงเราจะไม่เคยไปดูละครเพลงมาก่อน

นักแสดงคนอื่นๆที่ไม่ใช่จุน เสียงมีพลังสุดยอด

ฉากกับเสื้อผ้าก็โอเคเลยล่ะ สวยดี ถึงแม้ว่าโมสาร์ทเราจะใส่อยู่ชุดเดียวเล่นเกือบทั้งเรื่อง

เปลี่ยนเฉพาะโค้ท มีเป็นสีแดง เขียว แล้วก็ขาว 

อันหลังนี่ ก่อนเราไปดูก็ไม่รู้ว่าเหมือนกันว่ามีโค้ทสีขาวด้วย

เพราะไม่เห็นมีรูปหลุดออกมาเท่าไหร่ น้องใส่อยู่ประมาณ 3 นาทีก่อนถึง curtain call

 

สำหรับจุน เราว่าเล่นได้ดีนะ ดูเป็นโมสาร์ทที่ดุ๊กดิ๊กดี น่ารักเหมือนเด็กๆ

ก็เหมือนจุนที่เราเห็นเวลาตอนออกรายการ ดูใสๆ ตลกๆ  ขี้เล่น 

ไม่รู้ว่าตอนเป็นโมสาร์ทคนอื่นจะออกมาเป็นแบบไหน

เรื่องร้องไม่ต้องพูดถึง ฝีมือของน้องโลมาไม่มีเป็นรองใคร

 

ละครยาวเหมือนกัน เพราะเริ่มตอน 2 ทุ่ม เลทไม่เกิน 10 นาที

กว่าละครจะจบก็เกือบ 5 ทุ่มเลย  ตอนอยู่ในโรงไม่คิดว่าจะนานขนาดนี้ 

 

หลังละครจบ ก็เดินลงมาที่ชั้น 1 เห็นดอกไม้แสดงความยินดี 

ส่วนใหญ่มีแต่ของจุน ของโมสาร์ทคนอื่นน้อยมาก 

แถมมาเจอบูธให้เ่าแว่นสำหรับส่องโูโอเปร่าด้วย แอบเสียดาย 

ถ้าเห็นก่อนเข้าไป คงสอยมาส่องจุนแล้ว 

ก็จบวันนี้แค่นี้ค่ะ

 

แถมหน่อยอันนี้เป็นป้ายโฆษณาโมสาร์ท เจออยู่ที่สถานีรถไฟใต้ดิน

 

 

วันต่อมาถือเป็นวันทัวร์บ้าเกาหลีอย่างแท้จริง

เป็นวันที่ไปร้าน Crebeau Kiss + กุงปาร์ค

ร้านพิซซ่า Misarang + Crebeau Belle ของบ้านน้องเซีย

แถบ Hongdae + ร้านอาหารเกาหลีของเยซอง

และความพยายามที่จะไปดูรายการ Kiss Radio 

 

เราเริ่มต้นโดยการไปเดินที่ Coex Mall ซึ่งไม่ได้อะไรมา

เพราะไม่ได้กะจะไปช็อปอยู่แล้ว  แล้วก็ไปต่อที่วัดพงอึนซา อยู่ไม่ไกลจาก Coex

ที่นี่เราได้เจอคนเกาหลีน้ำใจงามมากอีกคน

หลังจากเดินออกมาจาห้าง coex ก็พยายามจะหาทางไปวัดพงอึนซา

เลยไปถามทางจากผู้หญิงคนนึง อายุน่าจะประมาณ 20 กลางๆ

ผู้หญิงคนนี้เขาพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ เขาถึงขั้นจะเดินไปส่งเราที่วัด

แต่พอดีเดินเลี้ยวมาจากที่เรายืนถามทางเขา เราสังเกตุเห็นวัดอยู่ฝั่งตรงข้าม

เขาก็เลยไม่ต้องเดินไปส่ง เจอน้ำใจแบบนี้แล้วซึ้งเลย

เพราะเป็นเราก็คงไม่เดินไปส่งหรอก นี่เป็นเสน่ห์อีกอันเลยที่ทำให้เราอยากกลับไปเที่ยวเกาหลีอีก

 

หลังจากเที่ยววัดก็ถึงคราวไปร้านปาร์ค ตามแผนที่ ร้านจะอยู่ห่างจากวัด แค่ 1 สถานีรถใต้ดิน

ซึ่งโดยปกติมันจะอยู่ในระยะที่เดินได้ แต่ไม่รู้ทำไมสถานีนี้มันถึงไกลเหลือเกิน 

เดินประมาณเกิน 2 กม.แน่นอน เราไม่ค่อยเท่าไหร่ เพราะเป็นคนชอบเดินอยู่แล้ว

สงสารพี่ที่ร่วมทริปไปอีกคน เพราะเขาคงไม่ได้เดินไกลๆมานานแล้ว

คนที่กรุงเทพอย่างเราคงไม่ใครอยากเดินข้างนอกนานๆหรอก

 

สุดท้ายก็มาถึงสถานีเป้าหมาย Gangnam-gu Office Station

ตึก SK Hub Blue ของร้านยูชอนจะอยู่ด้านซ้ายตรงทางออกที่ 2 เลย 

ออกมาก็เห็นทันที ด้านล่างจะมีร้าน Family Mart กับร้านขายอาหารเกาหลี

ก็มุ่งตรงไปที่ชั้น 5 ห้อง 505 แอบโ๙คดี ตอนแรกไม่คิดว่าร้านจะเปิดแล้ว

เพราะเวลาร้านเปิดที่บอกไว้คือบ่ายโทง เราไปถึงตอน 11 โมงกว่าๆ

ที่นี่เราก็ได้เจอกับบิ๊กอีสที่เจอที่ร้านแจกับละครจุนอีกแล้ว

 

 

ร้านปาร์คก็อย่างที่บอกว่าเป็นห้องคอนโดสไตล์ Studio 

เทียบกับร้านแจแล้ว ร้านปาร์คเล็กกว่า เล็กที่สุดในบรรดา 3 ร้าน

ตอนเราไปมีกลุ่มเรา 3 คน และบิ๊กอีสอีก 2 คนก็ดูจะเต็มห้องแล้ว

เข้าไปก็มีรูปปาร์ค แสตนด์ แล้วก็จอทีวีฉายแฟนแคมปาร์คจากงานต่างๆ

คนที่ดูแลร้านได้ข่าว่าเป็นป้า แล้วก็มีน้องวัยรุ่นพูดภาษาญี่ปุ่นได้อีกคน

ร้านนี้มีบริการน้ำส้มด้วย แต่ดูไม่ค่อยชวนลูกค้าคุยอ่ะ 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากปล่อยให้ถ่ายรูปกันจนหนำใจ ก็ถึงเวลาขายของ เขาก็จะเอาใบออเดอร์มาให้ติ๊ก

พี่เราซึ่งเป็นแม่ปาร์คก็เลยสอย Body Soother ที่แจชอบ ราคา 32000 วอน 

กับ souvenir เป็นรองเท้าเดินในบ้านลายมิกกี้ กับผ้าเชียร์+เข็มกลัด

ร้านปาร์คเป็นร้านเดียวที่มีของที่ระลึกขาย แต่ว่าไม่สามารถจ่ายด้วยบัตรเครดิตนะ

รับเฉพาะเงินสดสำหรับของที่ระลึก ส่วนเครื่องสำอางค์ก็รูดโลดเลย

 

 

หลังจากซื้อเสร็จก็ถึงคราวต้องไป เพราะกลุ่มบิ๊กอีกประมาณ 5 คนมา

ดูจากสถานการณ์ร้านคงแตก ถ้าจะอยู่ต่อ

แค่นี้ก็เต็มร้านไปหมดแล้ว ทั้งขายคนซื้อ

เป้าหมายต่อไปของเราก็คือกุงปาร์ค ซึ่งอยู่ซอยข้างตึกที่ตั้งร้านปาร์ค

 

ตามคำบอกเล่าของแคสไทยคนนึง บอกว่าเดินเข้าไปในซอยใหญ่ไม่ไกล

ซอยที่แยกเข้าไปบ้านมิกจะอยู่ทางซ้ายมือแล้วก็มีร้านมินิมาร์ทอยู่ที่ตรงหน้่า

หาไม่ยาก ให้ใช้สัญชาตญาณแคสเอา ไอ้สัญชาตญาณนี้เราก็มีมากเหลือเกิน

 

เดินเข้าไปในซอยตามที่เขาบอก เจอเป็นร้าโชว์ห่วยประมาณ 30 เมตรจากต้นซอย

คิดว่าไม่ใช่เลยเดินต่อไป เดินไปประมาณ 300 - 400 เมตรก็เห็นเซเว่น

แต่ทำไมมันดันอยู่ทางขวาอ่ะ ก็คิดว่าเราเข้าใจที่แคสคนนั้นเขียนผิดหรือเปล่า

 

ไม่เป็นไรตั้งต้นกันใหม่ จนเดินหลุดเข้าไปซอยนึง เจอมินิมาร์ทสัญชาติเกาหลี

รู้สึกใจชื้นขึ้นมาว่าอีกนิดมันต้องถึงกุงแน่นอน ก็เลยลองถามคนแถวนั้นว่ารู้จักบ้านปาร์คไหม

ไม่มีใครรู้จักเลย แต่ไม่เป็นไร ไหนๆก็เจอมินิมาร์ทแล้ว มันต้องอยู่แถวนี้แหละ

ก็เลยเดินหามันทีละซอย ไล่ไปจนเริ่มท้อ เพราะหาแถบทุกซอย

จนเดินเข้าไปลึกมากแล้ว แล้วก็คิดว่ามันคงเลยบ้านปาร์ค

 

แถมสงสารพี่ที่ร่วมทริปอีกคนด้วย เพราะเดินจากวัดพงอึนซามาที่ร้านปาร์คมันก็ไกลมากแล้ว

แต่ด้วยความดื้อของคนเลือดกรุ๊ปบี ก็ไม่อยากจะยอมแพ้

บินมาตั้งเป็นพันๆกม. ตอนนี้อยู่ใกล้แค่ในรัศมีแค่กิโลเดียว  จะเลิกก็รู้สึกแบบว่าไม่ได้อ่ะ

ก็เลยบอกให้พี่เขาไปรอที่ตึกร้านปาร์คละกัน เดี๋ยวขอตามหาอีกหน่อยละกัน

เรากับพี่สาวก็เลยเดินตามหากันต่อ พยายามถามคนที่อยู่แถวนั้นอยู่หลายคนแต่ก็ไม่มีใครรู้

แอบแปลกใจเหมือนกัน ถ้าเป็นเมืองไทยนะ มีบ้านดาราอยู่ใกล้แค่นี้่ ต้องรู้กันทุกบ้านแล้ว

 

ได้ไอเดียใหม่ ตอนเห็นบุรุษไปรษณีย์ขับมอเตอร์ไซค์ผ่าน

จะมีใครรู้จักบ้านแถวนี้ดีกว่าบุรุษไปรณีย์ แต่ไอเดียมาช้าไปหน่อย

คุณบุรษไปรษณีย์ซิ่งหนีไปซะแล้ว เหยื่อรายต่อไปของเราก็คือคนขับรถส่งอาหาร

โบกคันแรก ดังฟ้าเห็นใจส่งคนมาช่วย เพราะคนขับรถคันนี้รู้จักบ้านปาร์ค

เขาก็พยายามบอกเป็นภาษาเกาหลี ก็รู้ประมาณว่าไปทางนี้ แล้วต้องเลี้ยวสักอย่าง

เอาเถอะ อย่างน้อยก็รู้ว่าบ้านคงอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้เท่าไหร่ ใจชื้นขึ้นมาหน่อย

 

เดินตามคำบอกเล่าของคนขับคนแรก ไปจนเริ่มงงอีกรอบ

ก็ไปเจอคุณป้าส่งของอีกคน ก็เลยถามต่อ สงสัยตอนถามถามเป็นภาษาเกาหลี

ป้าแกเลยใส่เกาหลีมาซะชุดใหญ่ ยืนงงกันอยู่ 2 คน

เพราะดูแล้วป้าแกไม่ได้บอกทางแน่ๆ เพราะป้าไม่มีการชี้บอกทิศทางเลย

 

เดินต่อไปจนเห็นเหยื่ออีกคนผ่านมา รีบยื่นมือออกไปโบกเรียก

ทำอย่างกับโบกเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่เมืองไทย

คุณลุงอายุประมาณ 40 กว่าๆ ก็ยอมจอดด้วยอาการงงๆ

ส่งสำเนียงเกาหลีที่รู้อยู่น้อยนิดถามว่าบ้านปาร์คอยู่ไหน

จากที่เขาพูด เหมือนว่าคุณลุงจะรู้ว่ามีบ้านดงบังอยู่แถวนี้ แต่ไม่รู้จักมิกกี้

คุณลุงเริ่มชี้ พร้อมใส่เกาหลีมาชุดใหญ่ เราก็ยืนงงไปเลย

ก็เลยยื่นกระดาษพร้อมปากกาให้คุณลุงวาดแผนที่ให้

 

หลังจากวาดแผนที่ให้ คุณลงก็ซิ่งมอเตอร์ไซค์จากไป

จากแผนที่จะต้องเดินผ่านแยก 2 แยกแล้วค่อยเลี้ยวก็จะถึงบ้านปาร์ค

แต่พอเดินไปเจอแยกที่ต้องเลี้ยว ก็เจอคุณลุงคนที่เขียนแผนที่ให้จอดรถรออยู่

เพื่อบอกว่าไม่ใช่แยกนี้ แต่ต้องไปอีกแยก ซึ้งน้ำใจแกจริงๆ

แล้วก็มาถึงแยกในฝัน เลี้ยวเข้าไปก็เห็นบ้านชายปาร์คที่เคยได้แต่ส่องจากคลิปในยูทูป

พร้อมกับแคสเกา 2 คน และบิ๊กอีสรุ่นป้าอีก 2 คนอยู่หน้าบ้าน

เป็นการคอนเฟิร์มว่าเราได้มาถึงกุงปาร์คแล้วอย่างแน่นอน

 



มาถึงก็ต้องถ่ายรูปสิ ถ่ายมันทุกมุมเท่าที่ที่จะอำนวย เพราะซอยตรงบ้านปาร์คเล็กมาก

ระหว่างที่ถ่ายรูป เห็นผู้หญิงรุ่นสัก 40 ปลายๆโผล่หน้ามาทางหน้าต่างชั้น 3

ก็ไม่ได้คิดไร เพราะบอกจริงๆว่าจำหน้าแม่น้องไม่ได้

แต่มารู้ทีหลังว่าบ้านปาร์คไม่ใช่ทั้งหลัง แต่เฉพาะชั้น 3 เท่านั้น

ก็เป็นไปได้ว่านั่นอาจจะเป็นแม่น้อง หรืออย่างน้อยๆก็คงเป็นคนรู้จักน้อง


 

 

 

บ้านปาร์คอยู่ตรงหัวมุมที่ 2 ซอยตัดกัน ถ้าเดินจากทางที่เรามา

ก็จะเจอประตูทางเข้าบ้านก่อน  เลี้ยวขวาตงหัวมุมถึงจะเป็นประตูโรงรถ

ยัยนี่ก็จัดการถ่ายมันทุกมุม กับประตูโรงรถก็ถ่าย

ถ้ายืนตรงหน้าโรงรถ จะเห็นระเบียงที่ปาร์คเคยออกมากอาบน้ำให้ฮาราง

 

เราพยายามจะมองหาส่วนกรอบหน้าต่างที่ยื่นออกมา ที่ปาร์คบอกว่าชอบออกมานั่งเล่น

แต่มองจากมุมไหนก็มองไม่เห็นสักที ก็แอบงงว่ามันมีรูปนึงที่ปาร์คออกมานั่งตรงกรอบหน้าต่าง

แล้วฮารางชะโงกออกมาจากระเบียง มันถ่ายมาจากตรงไหนกัน

 

หลังจากที่ชื่นชมบ้านเป็นเวลาไม่นาน ก็ตัดสินใจกลับ เพราะไม่รู้จะอยู่ทำไม

ปาร์คจะอยู่ในบ้านหรือเปล่าก็ไม่รู้ แล้วก็เสียเวลามามากแล้วในตอนเดินหาบ้าน

ก็เลยเดินออกมาทางซอยด้านหน้าโรงรถ แล้วก็มาถึงบางอ้อเกี่ยวกับที่แคสไทยคนนั้นเขียน

เพราะเราได้เห็นมินิมาร์ทนี่อยู่ตรงหน้าปากซอย

ก็เลยถ่ายรูปมันทุกอย่างเลยที่มันอยู่ใกล้ๆกับซอยบ้านปาร์ค

เผื่อแคสไทยคนไหนไปจะได้ไม่หลงอีก
 

เสร็จภารกิจ ก็กลับไปรับพี่อีกคนที่จุดนัดหมาย

แต่ไปถึงพี่เขาไม่อยู่ ตรงเดินตามหากันอีกสักพักกว่าจะเจอ

กว่าจะได้ออกเดินทางไปร้านพิซซ่ากับร้านเครื่องสำอางค์เซียก็บ่าย 2 กว่าไปแล้ว

 

ทั้งร้านพิซซ่าและร้าน Crebeau Belle อยู่ในย่านเดียวกัน

นั่งรถไฟใต้ดินสาย 3 ลงที่สถานี Jeongbalsan สถานีที่ 3 ก่อนสุดสาย

ใช้เวลาค่อนข้างนานประมาณ 1 ชม.กว่า เพราะสถานีไม่ได้อยู่ในโซลแล้ว

แต่อยู่ที่เมืองอิลซาน ถ้าเทียบกับบ้านเราก็คงเป็นประมาณปทุม นนทบุรีประมาณนั้น


 

ออกมาจากทางออกที่ 2 ออกมาก็จะเห็นห้าง Lotte อยู่อีกฝั่งนึงของถนน

ก็ข้ามถนนและเดินเรียบห้างลอตเต้ไปเรื่อยๆ แล้วก็เลี้ยวซ้าย

แล้วเราก็เริ่มหลงเข้าไปตรงที่เป็น Shopping Arcade ชื่อว่า La Festa

บรรยากาศจะเป็นประมาณ Chrytal Park แต่ใหญ่กว่าเยอะ แบ่งเป็นโซน A - F

เดินตัด La Festa ไม่รู้ยังแต่ก็เดินไปจนถึงร้านพิซซ่าได้อ่ะ

 

 

 

ร้าน Misarang จะอยู่ตรงข้ามโซน F ของ La Festa ต้องเดินข้ามถนนไป

ข้างล่างร้านจะเป็นร้าน Buy the way สีเหลืองกระแทกตามาก 

ตรงข้างบันไดทางขึ้นไปบนร้านจะเป็นเกม 

จะรู้ได้ไงว่าเป็นบันไดทางขึ้นร้าน ตั้งแต่บันไดขึ้นไปจนถึงหน้าร้าน

จะมีคำจารึกหลากหลายภาษาจากแฟนๆทั่วทุกสารทิศ ของแคสไทยก็ใช่น้อย 

เราก็อยากเขียนเหมือนกัน แต่สงสารร้านอื่นที่เช่าห้องที่ตึกนี้เหมือนกัน

เพราะมันเต็มไปหมด ทุกที่ๆมีพื้นที่ให้เขียน 

 

 

ขึ้นไปถึงก็เห็นแถวคนรอต่ิอเยอะเหมือนกัน ตอนแรกคิดว่าไม่น่าจะมีคนเท่าไหร่

เพราะเราไปวันธรรมดา ไปถึงประมาณ 4 โมงกว่าๆ 

แต่คนส่วนใหญ่ที่ยืนรอก็มีแต่คนญี่ปุ่น

รออยู่นานเหมือนกันประมาณ 20 นาทีกว่าจะได้เข้าไป

ระหว่างรอก็ถ่ายรูปกับน้องจุนที่หน้าร้านไปก่อน 

 

 

 

 

เข้าไปในร้าน เราได้โต๊ะติดริมหน้าต่าง ใกล้ๆกับครัว

ในร้านมีโต๊ะประมาณสัก 15 โต๊ะได้เป็นคนญี่ปุ่นทุกโต๊ะ ยกเว้นโต๊ะเรา

เหมือนก่อนหน้านี้ก็จะมีโต๊ะแคสไทยโต๊ะหนึ่ง เช็คบิลตอนเราเข้ามานั่ง

เราก็ปล่อยให้เพื่อนร่วมทริปจัดการสั่งอาหาร ส่วนเราก็เดินถ่ายรูป

วันที่ไปพ่อจุนอยู่ที่ร้านด้วย แต่ดูจะเหนื่อยมากกับการต้อนรับแฟนคลับลูก

 

 

 

 

 

พอเราเดินถ่ายรูปรอบๆร้านเสร็จ แล้วเพื่อนร่วมทริปสั่งพิซซ่าเรียบร้อย

ก็ถึงเวลาไปถ่ายรูปกับคุณป๊า

ที่ร้านเข้าจะมีมุมไว้ถ่ายรูป มีแสตนด์น้องจุน

ตอนที่ยืนรอจะถ่ายกับคุณพ่อ เห็นคุณพ่อสปีคยุ่นได้เก่งเลยล่ะ

ท่าทางจากที่ญี่ปุ่นจะมาเยอะจริง จนถึงขั้นพ่อต้องหัดพูดภาษาญี่ปุ่น

 

พอถึงคิวเราเข้าไปถ่าย พ่อเห็นหน้าก็ถามเลยคนไทยใช่ไหม

สงสัยจะมีแต่คนญี่ปุ่นกับคนไทยซะส่วนใหญ่ที่มาที่ร้าน

พ่อมีแอบถามด้วยว่าไปดูละครน้องมาหรือยัง ก็เลยบอกให้พ่อชื่นใจว่าไปโดูมารอบเมื่อคืน

สงสัยเหมือนกันถ้าบอกว่ายังไม่ได้ดู พ่อจะหาบัตรให้หนูได้ไหมเนี่ย

 

 

 

ถ่ายกับพ่อเสร็จแล้ว ก็เดินเข้าไปด้านหลังโซนถ่ายรูป

ก็จะมีรูป+สแตนด์น้องจุนอยู่กับโต๊ะให้ลูกค้านั่งอีก 2 โต๊ะ

ดูจากสภาพส่วนนี้น่าจะเป็นเหมือนห้องเก็บของมาก่อนๆที่จะปรับปรุงทำให้ลูกค้านั่ง

ที่พิเศษจะมีแสตนด์ให้เราโผล่หัวไปถ่ายเหมือนถ่ายรูปคู่กับน้อง

รูปทำแสตนด์มาจากงาน Blue Dragon Awards ตอนปี 2008

ที่ยุนกับจุนได้ไปเดินพรมแดงกับนักแสดงที่เล่นเป็นแม่พี่โจอินซองเรื่องบาหลี

ถึงอยากจะถ่ายกับน้อง แต่ไม่อยากได้ร่างคุณป้ามา ก็เลยขอผ่านละกัน

 

 

หลังจากถ่ายเสร็จก็กลับมานั่งที่โต๊ะ รอแป๊บนึงอาหารก็มาเสิร์ฟ

ตอนพิซซ่ามาแอบอึ้งนิดนึง เพราะเรามากันแค่ 3 คน แต่ดันสั่งผิดได้พิซซ่าขนาด 8 ชิ้นมา

แต่ยังดีที่เป็นพิซซ่าแบบแป้งบาง เลยคิดว่าน่าจะช่วยกันยัดให้หมดได้

พิซซ่าที่สั่งเป็นหน้า Sweet Potato สักอย่าง จำไม่ได้เพราะไม่ได้เป็นคนสั่ง

รสชาติใช้ได้เลยแหละ ชีสเยอะดี เสียอย่างไม่มีซอสกับออริกาโน่ให้ มีแต่ชีสผง

แล้วก็สั่งสปาเก็ตตี้ซอสครีมทะเล อันนี้อร่อยมาก เขาใส่ไข่กุ้งแบบที่กินในซูชิด้วย

รสชาติเข้มข้มครีม ถูกใจมากๆเพราะเป็นคนชอบสปาเก็ตตี้ครีมซอสอยู่แล้ว

จานก็ใหญ่สมราคาไม่เหมือนที่ร้านพิซซ่าบ้านเรา แล้วก็มีโค้กอีก 3 แก้ว

แอบเห็นโต๊ะข้างๆสั่งสปาเก็ตตี้ทะเลซอสมะเขือเทศ น่ากินเหมือนกัน

 

 

กินไปสักพักป๊ะป๋าจุนก็ตอกบัตรออกจากร้านไปตอนประมาณ 5.30 โมง

พอกินหมดก็รู้สึกตัวว่าต้องรีบลุกแล้วล่ะ เพราะยังมีแถวคนรอด๖ีะอยู่อีกยาวเหมือนกัน

ก็เลยเรียกเช็คบิล รวมแล้วค่าเสียหาย 36,000 วอน

ค่าพิซซ่าประมาณ 24000 + ค่าสปาเก็ตตี้ประมาณ 7000 - 8000 จำไม่ได้แล้ว

ค่าน้ำแก้วละ 1500 วอน

 

หลังจากทานเสร็จ ก็ถามเด็กในร้านถึงที่ตั้งร้าน Crebeau Belle

เด็กในร้านรู้งานดีมาก เพราะรีบยื่นนามบัตรที่มีแผนที่มาให้ทันที

ออกจากร้านมา เราก็เดินข้ามกลับไปที่ La Festa

แล้วก็แอบเลือบไปเห็นร้าน Beauty Credit เลยแวะเข้าไปซื้อแป้ง

แล้วก็ถามคุณป้าคนขายว่าร้าน Burger King ซึ่งอยู่ข้างล่างตึกที่ตั้งร้าน Crebeau อยู่ตรงไหน

คุณป้าบอกให้เดินไปทางโซน A ตอนนั้นเราอยู่ที่โซน F 

 

ตอนที่เดินที่ La Festa ก็เริ่มเย็นแล้ว ก็เลยเห็นเด็กวัยรุ่นออกมาเดินเยอะเหมือนกัน 

ขอบอกเลยนะว่าอิลซานเนี่ยไม่บ้านนอกเลย เจริญพอๆกับในโซลเลย 

แล้วก็เดินไปจนเจอร้าน Burger King ตึกร้านจุนอยู่ตรงข้ามต้องข้ามถนนไป

ตึกดูจากภายนอกเหมือนคอนโดอ่ะ จริงๆมันก็คอนโดนั่นแหละ 

 

 

แล้วก็ขึ้นไปที่ชั้น 3 ห้อง 312 ห้องหาไม่ยากเลย 

เพราะเดินออกมาลิฟท์มาที่ทางเดิน ก็เห็นห้องอยู่ทางซ้ายมือเลย

วันนั้นสงสัยคนเยอะจัด ที่ร้านก็เลยเปิดประตูค้างไว้เลย

ไม่ต้องกดกริ่งเรียกเหมือนร้านปาร์คกับแจ 

 

 

 

เข้าไปก็อย่างที่คาด ในร้านเต็มไปด้วยบิ๊กอีสมากมาย 

ร้านจุนจะใหญ่กว่าร้านแจกับปาร์คเยอะเลยแหละ มีส่วนที่เป็นห้องนั่งเล่น 

แล้วยังมีห้องต่างหากอีก 2 ห้อง 

ที่ร้านเราก็ได้เจอกับป๊ะป๋าแล้วก็แม่น้องจุนด้วย แม่สวยมาก สูงด้วย 

แล้วก็มีคนช่วยขายอีก 2 - 3 คน คิดว่าน่าจะเป็นญาติๆกัน แอบสวยด้วย 

 

 

 

ที่ร้านจุนดูจะขายจริงขายจัง ถ้าเทียบกับร้านของอีก 2 คน 

ร้านแจ เหมือนเปิดเพื่อให้แฟนคลับมาสังสรรค์ อาจเป็นเพราะพี่ใจดู friendly ชวนคุย

ส่วนร้านปาร์คดูไม่ค่อยยุ่งกับลูกค้า เหมือนรู้ว่าถ้าถ่ายรูปจนพอใจเดี๋ยวก้ซื้อเองเลย 

แต่ที่ทั้ง 3 ร้านมีเหมือนกันก็คือคนขายที่พูดภาษาญี่ปุ่นได้ 

ร้านจุนถึงขั้นมีให้นั่งเป็นกลุ่มๆ อธิบายผลิตภัณฑ์ทีละตัว 

แอบดีใจที่ไม่ใช่คนญี่ปุ่น แต่ดูเหมือนที่ร้านก็ไม่รู้จะทำไงกับเราดีเหมือนกัน

เขาก็เลยให้เรานั่งรอ แล้วก็เอาใบออร์เดอร์มาให้ 

 

 

ช่วงที่กำลังรอของอยู่ ก็เลยขอคุณแม่ถ่ายรูปด้วย 

คุณแม่ก็เดินไปที่หน้าห้องอธิบาย ชักมูลี่รูปน้องจุนจาก GQ ลงมา

แล้วก็เรียกเขาไปถ่าย เราเป็นคนถ่ายให้พี่ๆก่อน 

แม่มีแอบบอกว่ามุมนี้ไม่ได้ ต้องขยับอีกนิด ก็ทำตามที่คุณแม่บอก

มุมมันได้พอดีเลย เห็นทั้งจุนทั้งแม่

สงสัยจะถ่ายมาหลายร้อยรอบ แม่เลยรู้งานสุดฤทธิ์ 

 

แม่จุนขาว และก็ผอมสูงมาก ขนาดว่้าเราก็เป็นคนสูงแล้วนะ 

ถ้าเทียบกับมาตรฐานหญิงไทย + เอเชีย ไปยืนข้างแม่ตัีวเท่ากันเลย 

เลยเดาว่าแม่น่าจะสูงประมาณ 170 บวกลบนิดหน่อย เพราะเราก็สูงประมาณนั้นแหละ

แม่จะออกนิ่งๆ ไม่เหมือนพ่อที่ดู Friendly กว่าและก็บริการลูกค้าเต็มที่ 

 

พี่ที่ไปอยากจะถ่ายกับพ่ออีกรอบ เพราะรูปที่ถ่ายเมื่อกี้มันไม่ค่อยชัด

แต่พ่อจำได้บอกว่าเพิ่งถ่ายที่ร้านพิซซ่ามานี่ ก็เลยอดไป

หลังจากได้ของก็ถึงคราวกลับได้แล้ว เพราะตอนนี้ร้านเหมือนจะแตก 

บิ๊กอีสญี่ปุ่นเต็มไปหมด แล้วก็มีมาเพิ่มเรื่อยๆ 

 

ตอนออกจากร้าน พ่อกำลังไปส่งลูกค้าที่ลิฟท์ 

พ่อพยายามจะกดให้ลิฟท์รอ เพื่อจะได้ไปพร้อมกันกลับอีกกรุ๊ป

แต่พี่อีกคนยังใส่บู๊ทไม่เสร็จ พ่อก็เลยปล่อยลิฟท์ไปก่อน 

พอพ่อเห็นพี่ที่เข้าใส่รองเท้าลำบาก พ่อมีถือของให้ด้วย Service Mind เต็มที่

แล้วก็กดเรียกลิฟท์แล้วก็ส่งจนเราเข้าลิฟท์ไป 

เห็นพ่อบริการขนาดนี้ ก็เข้าใจว่าทำไมหน้าตาถึงดูเหนื่อยขนาดนั้น

 

จากนั้นเราก็เดินทางกลับไปยังโซ, จุดหมายต่อไปก็คือแถวฮงแด

เพื่อไปร้าน Bap Tul's ของเยซอง วงซูเปอร์จูเนียร์

ก็ขึ้นรถไฟใต้ดินสาย 2 มาที่สถานี Hong-Ik University ออกทางออกที่ 5

 

ช่วงที่ไปคนค่อนข้างเยอะ เพราะว่าเป็นวันศุกร์ เราไปถึงตอนประมาณ 2 ทุ่ม

แถวฮงแดก็เป็นที่รู้ว่าเป็นย่านเที่ยวกลางคืนที่ดังย่านนึง

ส่วนใหญ่คนที่เดินไปเดินมาจะออกแนวเด็กมหาลัย

คนเดินแถวนี้หน้าตาดีใช้ได้เลย ทั้งผู้ชายผู้หญิง

 

พอออกจากสถานีก็พยายามตามหาร้านของเย่

ก็เลยไปถามเด็กวัยรุ่นผู้หญิง 2 คนว่ารู้จักร้านนี้ไหม

น้องดูตื่นเต้นมาก ท่าทางจะเป็น E.L.F มั้ง

รีบบอกทางใหญ่ด้วยภาษาเกาหลี + อังกฤษแบบงงๆ

น้องบอกให้เลี้ยวซ้าย แล้วก็เดินตรงไปเรื่อยๆ ไม่ไกลมากก็จะถึง

 

ก็ทำตามที่น้องบอก แต่คำจำกัดความของคำว่าไม่ไกลของเรากับน้องคงไม่เหมือนกัน

เดินไป 200 เมตร ก็ยังไม่เห็นร้าน เริ่มไม่มั่นใจว่าจะหลงหรือเปล่า

พยายามถามทาง คิดว่าคนแถวนั้นน่าจะพูดภาษาอังกฤษได้

แต่ไม่มีใครพูดได้ แล้วก็ไม่ค่อยมีคนรู้จักร้านด้วย

โชคดีว่าตรงนั้นมีบูธ Tourist Information ก็เลยเข้าไปถามเจ้าหน้าที่

 เขาบอกว่าเดินไปจนสุดถนน แล้วเลี้ยวซ้ายอีกที เดินตรงไปเรื่อยๆก็จะเห็นร้าน

 

เราก็ออกเดินไปจนสุดถนน ก็จะเจอทางเข้ามหาลัยฮงอิก

แล้วถนนมันจะบังคับให้เลี้ยวซ้ายเลย เดินตรงไปก็จะเห็นร้าน Nescafe

ใช่แล้ว เนสกาแฟที่นี่เขามีเปิดเป็นร้่านคอฟฟี่ช็อปด้วย

มันจะอยู่ติดกับร้าน Starbuck เลย

พอเดินมาถึง 2 ร้านนี้ก็จะเห็นร้านอาหารของเย่แล้ว

 

 

 

ร้านนี้เป็นร้านอาหารเกาหลีที่หน้าร้านมีโปสเตอร์เอสเจพร้อมลายเซนต์แปะอยู่ด้วย

ตอนเราไปคนไม่เยอะ มีโต๊ะว่างอยู่บ้าง

แต่เราไม่ได้เข้าไปกิน เพราะเพิ่งจะเสร็จจากพิซซ่าน้องเซียมาไม่นาน

ตอนแรกว่างแผนว่าจะกินพิซซ่าเซียเป็นมื้อกลางวัน

แล้วมากินร้านเย่เป็นมื้อเย็น แต่ทุกอย่างผิดแผนหมด

เพราะไปเสียเวลาเดินตามหากุงปาร์คนานไปหน่อย

บรรยากาศร้านใช้ได้ ออกแนวโมเดิร์นๆหน่อย แอบเห็นมีรูปเย่ในมาดฮงกิลดงอยู่ด้วย

เรื่องราคาไม่รู้เหมือนกัน แต่คาดว่าไม่น่าจะแพงมาก

เพราะร้านตั้งอยู่แถวมหาลัย ราคาน่าจะอยู่ในระดับที่นักศึกษาจ่ายได้ 

 

 

 

หลังจากถ่ายรูปเสร็จก็ได้เวลาจรลี ระหว่างเดินไปสถานีรถไฟใต้ดิน

ก็เลยถือโอกาสเดินเที่ยวแถวฮงแดไปในตัว

เสื้อผ้าราคาพอคบได้ แบบก็วัยรุ่นๆหน่อย ตามแบบแหล่งช็อปของนักศึกษา

แล้วก็เลือบไปเห็นร้านไก่ทอด Hotsun ที่ฮยอนจุงเป็นพรีเซนเตอร์

ร้านอยู่ไม่ห่างจากบูธ Tourist Information

ก็เลยแชะรูปมาด้วย แต่ด้วยความที่เป็นตอนกลางคืน ไม่มีขาตั้งกล้อง

รูปแบนเนอร์ฮยอนจุงเลยถ่ายกี่ทีก็เบลอ

 

ออกจากฮงแดประมาณ 3 ทุ่ม เพื่อเดินทางไปดูโชว์น้ำพุที่สะพานบันโพ

ตอนแรกคิดว่าน่าจะไปดูรอบ 3 ทุ่ม 40 ทัน ถึงไม่ทันก็ยังมีรอบ 4 ทุ่มอีก

แต่สุดท้ายก็ไม่ทันทั้ง 2 รอบ ไปถึงสถานีบันโพ ตอนประมาณ 4 ทุ่ม 3 นาที

แต่ตัวสะพานต้องเดินไปอีก ไม่รู้ไกลแค่ไหน แต่ดูจากในแผนที่ก็ไกลพอตัว

ก็เลยเปลี่ยนแผนว่าจะไปดูพี่ทึกกับฮยอกจัด Sukira ที่ KBS แทน

 

อันนี้มันเกิดผิดพลาดทางเทคนิค จริงๆแล้วจากบันโพไปยออีโดมันก็ไม่ไกลกันเท่าไหร่

แต่ด้วยความที่รถไฟใต้ดินมันไม่มีสายตรง ก็ลยต้องเปลี่ยนสายบ่อย

รู้สึกเหมือนจะเปลี่ยนประมาณ 4 - 5 สาย เลยกลายเป็นทัวร์รถไฟใต้ดินไปเลย

กว่าจะไปถึงยออีโดก็ปาเข้าไปประมาณ 5 ทุ่มครึ่ง

นี่มันบ้าไปแล้ว อยู่ในรถไฟใต้ดิน 2 ชม. ครึ่ง

 

พอออกมานอกสถานีรถไฟใต้ดิน เกิดอาการงง หลงทิศหลงทาง

เพราะมันเป็นตอนกลางคืน เลยไม่รู้ว่าต้องเดินไปทางไหน

ลองถามคุณลุงแถวนั้น กว่าจะสื่อสารกันรู้เรื่องก็เกือบ 10 นาที

ที่นี้ก็ถึงเวลาแจวสุดฤทธิ์ เพราะจากสถานีรถไฟใต้ดินไป KBS ก็ไกลพอควร

แอบเกรงใจเพื่อนร่วมทริป ก็เลยบอกให้กลับไปก่อนก็ได้ เดี๋ยวกลับเอง

แต่เพื่อนร่วมทริปก็ไม่ทิ้งกัน เราก็เลยบอกว่างั้นไม่ต้องรีบเดินให้ทันเรา

เราซอยเท้าสุดแรง นี่เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวตลอด 8 วันที่อยู่ที่เกาหลีที่เหงื่อออก

ถึงแม้ว่าอากาศจะหนาวมาก ขนาดหายใจแล้วเห็นเป็นไอ

เลยเข้าใจแล้วว่าทำไมคนที่นี่ถึงรีบเดินกันนัก เพราะมันช่วยให้อุ่นจริงๆ

 

เดินไปถึงที่ตึก KBS ด้วยความดีใจเหลืออีกประมาณ 10 นาที

เจอยามที่หน้าตึกพยายามจะบอกว่าไม่ให้เข้าไป เราก็บอกจะมาดูรายการวิทยุ

ด้วยความที่เขาก็พูดอังกฤษไม่ค่อยได้ ก็เลยประมาณปล่อยๆให้มันเข้าไปเถอะ

เมื่อไปถึงหน้าห้องสตูดิโอ ไม่รู้ว่าอยากจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี

ในห้องมันไม่มีใครเลย มีแต่เก้าอี้เปล่า

แล้วนี่ฉันเสียเวลานั่งรถไฟใต้ดินตั้ง 2 ชม.ครึ่ง

เดินขึ้นลงเปลี่ยนสายตั้ง 4-5 สายเพื่ออะไร

แถมยังต้องรีบจั้มกลับไปสถานีรถไฟใต้ดินให้ทันรถไฟเที่ยวสุดท้าย

วันนี้เหนื่อยจริงแท้ แถมยังไม่ค่อยได้ประโยชน์ด้วย

แต่ก็เอาเถอะเป็นประสบการณ์สนุกของการมาเที่ยวเกาหลีครั้งแรก

จบรีวิวแค่นี้แหละค่ะ หลังจากใช้เวลาเขียนมาประมาณ 2 อาทิตย์กว่าๆ

ต่อไปก็จะเป็นรูปดาราเกาหลีพรีเซนเตอร์ของต่างๆนะคะ

 

เริ่มต้นจากยุนละกันนะคะ ไปเจอช็อป Evisu ตอนเดินอยู่ที่ทงแดมุน

ร้านอยู่ที่ชั้นใต้ดินนะถ้าจำไม่ผิด ของห้าง Doota

 

 

 

 

 

 

 

ต่อกันที่เอสเจ อันนี้เป็นขนม Nongshim เจอที่ Lotte Mart

มีแค่อันที่เป็นรูปคยู ฮยอก ป๋า แล้วก็ด๊อง เลยไม่แน่ใจว่ามีครบทั้ง 13 คนหรือเปล่า

ภาพไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ พอดีไฟมันสะท้อนถึง + มือแอบสั่นด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

อันนี้เป็นเอสเจกับสาวๆซฮที่ร้าน SPAO เจอที่ตลาดเมียงดงค่ะ ร้านใหญ่เลยล่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สาวๆกับการพรีเซนเตอร์การรณรงค์บริจาคเลือด เจอที่สถานีรถไฟใต้ดิน

 

 

 

 

 

ต่ิอด้วยยุนอาเป็นพรีเซนเตอร์ให้เครื่องสำอางค์ Innisfree เจอที่ Lafesta

 

 

 

 

สาวซอในโฆษณามือถือ LG Chocolate

 

 

 

อันนี้ถ่ายร่วมกับ Bigbang กับมือถือ Cyon ถ่ายมาจกา Lafesta

 

 

 

 

 

ส่วนอันนี้เป็นของ Big Bang

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หนุ่มๆ Big Bang กับเครื่องดื่มสักอย่าง เจอที่สนามบินก่อนกลับ

 

 

 

Big Bang กับเบียร์ Hite

 

 

 

 

ต่อกับเบียร์อีกยี่ห้อ Cass กับพรีเซนเตอร์อีมินโฮ + Sandara วง 2NE1

 

 

 

อีมินโฮกับเครื่องสำอางค์ Etude 

 

 

 

มีพระเอกก็ต้องมีนางเอกสิ กูเฮซอนกับพรีเซนเตอร์เครื่องสำอางค์ Beauty Credit

 

 

 

ต่อด้วยพระรอง รุ่นพี่จีฮู คิมฮยอนจุน กับเครื่องสำอางค์ Tony Moly

 

 

 

 

 

 

 

อันนี้เป็นพรีเซนเตอร์ให้เสื้อผ้ายี่ห้อนึง เจอร้านที่เมียงดง

 

 

แล้วก็มาขายไก่ทอดต่อ

 

 

 

อีกหนึ่งหนุ่มจากเรื่อง F4 น้องคิมบอมกับเครื่องสำอางค์ It's Skin

 

 

 

 ต่อกับหนุ่มอีซึงกิ

 

 

 

 

 น้องจางกึนซอกกับกาแฟพร้อมชง เจอที่มินิมาร์ทที่สกีรีสอร์ท

 

 

 

 หนุ่ม 2 PM กับพรีเซนเตอร์เสื้อผ้า SPRIS

 

 

 

 

 

จริงๆอยากอัพรูปอีกนะ แต่ Quota ของเดือนนี้มันเต็มแล้ว

เดี๋ยวเดือนหน้ามาทำต่อถ้าไม่ลืม

 

หวังว่าจะอ่านแล้วมีความสุข เพราะคนเขียนตั้งใจเขียนนะ

ถึงจะดูข้ามไปข้ามมา หรือ่านแล้วงงๆไปบ้างในบางตอน

เพราะบางอันก็เริ่มลืมๆไปบ้างแล้ว

สุดท้ายก็เสร็จสักที 555


 

 



edit @ 21 Mar 2011 22:35:48 by sizzygal

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

รูปจุนซูน่าผ่องงงมาก o^_^o

#1 By brutus (125.25.45.110) on 2010-03-24 18:33

น้องบุ๊คจ๋า โอวววว ครบถ้วน ๆๆๆๆๆ
ทุกร้าน อิอิ เห็นแล้วพี่อยากไปตามรอยบ้างจริง ๆ

เห็นตามขวดน้ำ ตามขนม มีรูปดารานักร้องทั้งนั้นเลย
ปท.เกาหลีเค้าฮิตหรือค่ะน้อง บ้านเรามิค่อยมีเนอะ
เป็นพรีเซ็นเตอร์ก็ในโฆษณา น้อยมากที่จะมีภาพศิลปิน
บนแพ็คเกจสินค้า

ขอบคุณน้องมากที่นำมาให้ชมค่ะ

ปล.บุ๊คยังจำทุกอย่างได้ดีเลย ทุกตัวอักษรกลั่นกรองอย่างดี แปลว่าต้องประทับใจมาก ๆ ใช่ไหมค่ะ
ว๊ากก พี่อยากไปแบบนี้บ้างจริง ๆ

#2 By พี่ติ่ง (180.180.104.210) on 2010-03-24 18:59